Vitamilk Champ

HOME / เคล็ดลับดูแลแชมป์ตัวน้อย / สอนลูกให้มีทักษะชีวิต เตรียมพร้อมก่อนก้าวสู่โลกภายนอก

สอนลูกให้มีทักษะชีวิต เตรียมพร้อมก่อนก้าวสู่โลกภายนอก

การเลี้ยงดูและสอนลูกน้อยให้เติบโตขึ้น เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนกังวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำงาน หรือการใช้ชีวิตในสังคม ลูกของเราจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ มีวุฒิภาวะ เป็นคนที่เข้มแข็ง แข็งแกร่งหรือไม่นั้น เริ่มต้นได้จากการปลูกฝังจากคุณพ่อคุณแม่เอง เพื่อให้ลูกน้อยออกไปเผชิญโลกกว้างได้ตั้งแต่ลูกยังเป็นเด็ก ซึ่งเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ สมองกำลังพัฒนาความคิดอ่าน คุณพ่อคุณแม่จึงควรสอนลูกให้มีทักษะเพื่ออนาคตต่างๆ ดังนี้

 

  1. สอนลูก ให้เป็นเด็กที่มี ‘สมาธิ’ ดี

เพราะสมาธิเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ และยังเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความจำที่ดีให้กับลูก ซึ่งต่อยอดไปสู่การเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตในอนาคต โดยคุณพ่อคุณแม่อาจฝึกฝนสมาธิให้ลูกน้อยผ่านการเล่นเกมง่ายๆ เช่น เกมจับคู่ เกมทายปัญหา หรือฝึกให้ลูกช่วยงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ หรือการออกคำสั่งง่ายๆ ให้ทำตามเรา และระวังอย่าให้ลูกเล่นโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตจนติด เพราะอาจเสี่ยงต่อการที่ลูกจะไม่มีสมาธิกับสิ่งอื่นๆ ที่มีความน่าสนใจหรือสนุกน้อยกว่า

 

  1. สอนลูก ให้ลูกรู้จัก ‘อดทนรอคอย’

ทักษะนี้จะช่วยให้ลูกไม่กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ และสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย ฝึกฝนง่ายๆ ได้โดยการที่คุณพ่อคุณแม่ต้องอย่าตามใจลูกน้อยจนเกินไป และไม่ควรตอบสนองลูกในทันที เช่น หากลูกอยากทานขนม อาจสอนให้เขาต้องทานข้าวให้หมดก่อน หรือหากลูกงอแงร้องไห้อยากได้สิ่งใดแบบไม่มีเหตุผล คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรยอมลูกเพียงเพราะตัดความรำคาญ ต้องความอดทนและหนักแน่น หรืออาจสอนให้ลูกรู้จักอดทนรอสิ่งที่พบเจอในชีวิตประจำวัน เช่น การต่อแถวเข้าคิวซื้ออาหาร หรือเข้าห้องน้ำ เป็นต้น

 

  1. สอนลูก ให้รู้จัก ‘แก้ปัญหา’

คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกน้อยเรียนรู้การแก้ปัญหาตั้งแต่ยังเล็ก เพราะเมื่อเติบโตขึ้นลูกเผชิญปัญหาก็จะตั้งรับเป็น ควบคุมสภาพจิตใจได้ และไม่กลายเป็นคนหนีปัญหา อาจลองให้ลูกได้เรียนรู้การแก้ปัญหาด้วยตัวเขาเอง ผ่านการตั้งคำถามของเรา ให้ลูกได้ฝึกคิดถึงสาเหตุของปัญหานั้นๆ แล้วคุณพ่อคุณแม่อาจลองให้ลูกตอบดูว่าถ้าเป็นเขาจะทำอย่างไร เพราะอะไร โดยคอยช่วยแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาหลังจากที่เขาได้ลองตอบ

 

  1. สอนลูก ให้ ‘สื่อสาร’ เป็น

ทักษะการพูดคุยสื่อสารก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้สิ่งต่างๆ เช่นกัน แล้วยังเป็นทักษะสำคัญในการทำงานในอนาคต ยิ่งช่วงวัย 5 ขวบแรกจะเป็นช่วงเวลาที่ลูกจะสามารถพัฒนาทักษะต่างๆ ได้ดี โดยเฉพาะการสื่อสาร ช่วงวัยนี้ถ้าคุณพ่อคุณแม่หมั่นคอยพูดคุย สอนภาษาเขา พาเขาออกไปพบปะผู้คน และร่วมอ่านหนังสือกับเขา ก็จะเป็นการช่วยฝึกฝนพัฒนาการทางด้านนี้ อย่าปล่อยให้โทรศัพท์หรือทีวีเป็นพี่เลี้ยงลูกแทนเราหรือมากกว่าเรา

 

  1. สอนลูก ให้รู้จัก ‘ริเริ่มสร้างสรรค์’

ความคิดสร้างสรรค์ เป็นสิ่งสำคัญที่ควรมีติดตัวลูกเราและเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการสร้างความสำเร็จในชีวิตของลูก เพราะความคิดสร้างสรรค์เป็นใบเบิกทางให้ลูกเกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ เป็นที่ยอมรับ เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง อีกทั้งยังได้ฝึกปรือกระตุ้นสมองให้พัฒนาความคิดอยู่ตลอด คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกได้ทำกิจกรรมที่ฝึกสร้างสรรค์จินตนาการ หมั่นพาลูกไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ฝึกตั้งคำถามปลายเปิดให้ลูกได้แสดงความคิดเห็นในการตอบคำถาม และไม่ควรพูดว่า ‘ไม่’ หรือ ‘อย่า’ ถ้าลูกกำลังแสดงความคิดเห็น หากไม่ใช่ความคิดเห็นด้านลบก็ควรปล่อยให้เขาได้พูดสิ่งที่คิดอย่างเต็มที่

 

  1. สอนลูก ให้อยู่ใน ‘สังคม’ เป็น

คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกรู้จักการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ให้เขาได้เล่นกับเพื่อน ได้พบปะคนอื่นโดยคอยดูอยู่ห่างๆ และแทรกการสอนให้เขารู้จักการแบ่งปัน การช่วยเหลือ และการมีน้ำใจร่วมกับเพื่อนเด็กคนอื่นๆ เพื่อให้ลูกน้อยได้ฝึกฝนการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ซึ่งจะช่วยให้เขาเรียนรู้การทำงานเป็นทีม ที่อีกหน่อยจะส่งผลให้ชีวิตของลูกประสบความสำเร็จในอนาคต

 

  1. สอนลูก ให้มี ‘คุณธรรม’

การที่ลูกน้อยจะเติบโตขึ้นมาเป็นที่รักของผู้คน มีคนให้การสนับสนุนช่วยเหลือ หรือการที่เขาจะก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิต จำเป็นต้องมีศีลธรรมคุณธรรมประจำใจด้วย คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยอบรมสอนลูกให้รู้จักความผิดชอบชั่วดี แยกแยะสิ่งที่ถูกหรือผิดเป็น เช่น เมื่อเจอสิ่งใดที่ไม่ถูกต้อง คุณพ่อคุณแม่ควรรีบใช้โอกาสนั้นในการสอนให้เขารู้เหตุรู้ผล อาจผ่านการตั้งคำถามให้เขาคิดหาคำตอบได้ด้วยตัวเอง โดยอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจความคิดอ่านของเด็กวัยนี้ด้วย

 

หากลูกน้อยมีทักษะชีวิตเหล่านี้ติดตัว ก็จะเป็นใบเบิกทางให้เขาก้าวออกไปสู่โลกภายนอกอย่างแข็งแรงทั้งกายและใจ แต่นอกเหนือจากเรื่องของการดูแลเอาใจใส่ด้านพัฒนาการเรียนรู้ทักษะชีวิตต่างๆ แล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรเน้นให้ลูกได้รับสารอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย ซึ่งจะมีส่วนช่วยบำรุงสมอง เสริมสร้างพัฒนาการเรียนรู้ที่ดีให้กับพวกเขาควบคู่กัน โดยเฉพาะเด็กวัยกำลังเรียนรู้จำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ดีต่อร่างกายในแต่ละวัน

นมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์แชมป์ ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง ที่ช่วยเติมเต็มสารอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลาย เพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกน้อย  มีโคลีนในฟอสฟาติดิลโคลีน ที่เป็นสารตั้งต้นในการสร้างสารสื่อประสาท ช่วยเรื่องการเรียนรู้ จดจำ และสมาธิ  โอเมก้า 3 6 9 และวิตามินบี 12 สูง  พร้อมทั้งโปรตีนจากถั่วเหลืองธรรมชาติที่ให้ประโยชน์เทียบเท่าโปรตีนจากนมวัว  แคลเซียมสูง และวิตามินต่างๆ ที่ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตทางด้านร่างกายและสมองอีกด้วย เพื่อให้ลูกน้อยพร้อมก้าวสู่โลกภายนอกได้อย่างเต็มที่

 

อ้างอิง

https://th.theasianparent.com/ฝึกให้ลูกมีสมาธิ

https://www.rakluke.com/article/24/128/4494/5-วิธีกระตุ้นจินตนาการให้ลูกเป็นนักคิด-นักสร้างสรรค์สุดครีเอทีฟ

http://www.mamaexpert.com/posts/content-5128